HairLab คลินิกปลูกผมผู้ชาย มาตรฐานใหม่ พร้อมดูแลทุกขั้นตอน
HairLab คลินิกปลูกผมผู้ชาย มาตรฐานใหม่ พร้อมดูแลทุกขั้นตอน-ขนาดโทรศัพท์

เทคนิคการปลูกผม DHI

ภาวะผมบางหรือศีรษะล้านเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของหลาย ๆ คน ปัจจุบันมีเทคนิคการปลูกผมที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้ โดยเทคนิคหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือการปลูกผม DHI

ด้วยความละเอียดในการปลูกผม ทำให้สามารถควบคุมทิศทางและตำแหน่งของเส้นผมได้อย่างเหมาะสม โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทางอย่าง Implanter Pen ที่ช่วยให้ขั้นตอนการปลูกผมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์ดูกลมกลืนไปกับแนวผมเดิมอย่างลงตัว

เทคนิคการปลูกผม DHI คืออะไร?

การปลูกผม DHI (Direct Hair Implantation) คือ เทคนิคที่พัฒนาต่อยอดมาจาก FUE โดยเริ่มจากการเก็บรากผม (กราฟต์ผม) จากบริเวณด้านหลังศีรษะ เช่น ท้ายทอยหรือหลังใบหู ซึ่งเป็นบริเวณที่เส้นผมมีความแข็งแรง จากนั้นนำรากผมไปปลูกในตำแหน่งที่มีปัญหาผมบาง

จุดเด่นของเทคนิคนี้คือการใช้ปากกา Implanter ช่วยให้การปลูกรากผมลงสู่หนังศีรษะเหมาะสมตามตำแหน่งที่ต้องการ จบในขั้นตอนเดียวโดยไม่จำเป็นต้องเจาะช่องรับรากผมล่วงหน้า พร้อมช่วยควบคุมทิศทาง มุม และความลึกของเส้นผมได้อย่างรอบคอบและชัดเจน

อาจมีการโกนผมเฉพาะบริเวณด้านหลังและตกแต่งแนวผมบางส่วนด้านหน้า เพื่อความสะดวกในการทำหัตถการ และยังช่วยรักษาทรงผมเดิมไว้ได้ ทำให้เทคนิคนี้มีจุดเด่นคือไม่จำเป็นต้องโกนผมทั้งศีรษะ

ข้อดีเทคนิค DHI
เครื่องปลูกถ่ายเส้นผมเทคนิค DHI
ก่อน-หลังปลูกผมเทคนิค DHI-04

การปลูกผม DHI เหมาะกับใครบ้าง?

การเลือกเทคนิคปลูกผม DHI มักพิจารณาจากปัญหาผมบาง ความต้องการด้านรูปทรงแนวผม และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล เนื่องจากเทคนิคนี้เน้นความละเอียดและการควบคุมทิศทางของเส้นผม จึงเหมาะกับกลุ่มต่อไปนี้

  • ผู้ที่ต้องการปรับแนวไรผมให้ดูเรียบเนียนและเหมาะกับรูปหน้า
  • ผู้ที่มีผมบางบริเวณด้านหน้า หรือมีแนวผมถอยเป็นมุมเว้า
  • ผู้ที่ต้องการความเหมาะสมในการกำหนดทิศทางและองศาของเส้นผม
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความหนาแน่นในจุดเฉพาะ
  • ผู้ที่เคยปลูกผมมาก่อน และต้องการเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม

ข้อดีของการปลูกผม DHI

การปลูกผม DHI เป็นวิธีที่เน้นความละเอียดในการวางรากผม ทำให้สามารถควบคุมทิศทางและความหนาแน่นได้ดี เหมาะกับงานที่ต้องการความประณีต โดยมีข้อดีหลัก ๆ ดังนี้

ช่วยลดการกระทบกระเทือนต่อกราฟต์ผมในขั้นตอนการปลูก

เนื่องจากลดขั้นตอนการสัมผัสรากผมโดยตรง ช่วยคงคุณภาพของรากผมให้ดียิ่งขึ้น

แผลมีขนาดเล็กมาก

ขนาดประมาณ 0.5-0.9 มม. เป็นแผลจุดเล็ก ๆ ที่มองเห็นได้ยากเมื่อหายดีแล้ว

ใช้เวลาฟื้นตัวรวดเร็ว

สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติภายในระยะเวลาไม่นาน

ควบคุมทิศทางและองศาเส้นผมได้ละเอียด

ด้วยการใช้ปากกา Implanter ทำให้สามารถกำหนดมุม ทิศทาง และความลึกของการปลูกได้อย่างเหมาะสม

ควบคุมความหนาแน่นได้ดี

ช่วยให้การจัดวางกราฟต์ผมเป็นระเบียบ เพื่อให้ภาพรวมของเส้นผมดูสม่ำเสมอมากขึ้น

ออกแบบแนวไรผมเฉพาะบุคคล

สามารถปรับแนวไรผมให้เหมาะสมกับรูปหน้า และลักษณะเส้นผมของแต่ละบุคคลได้อย่างยืดหยุ่น

ข้อจำกัดของการปลูกผม DHI

แม้การปลูกผม DHI จะโดดเด่นในด้านความละเอียด แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ ดังนี้

  • ใช้ระยะเวลาในการทำนานกว่าเทคนิคอื่น
    เนื่องจากต้องปลูกรากผมทีละหน่วยด้วยปากกา Implanter จึงใช้เวลามากกว่าเทคนิคทั่วไป
  • ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
    เพราะมีขั้นตอนที่ละเอียด และใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการทำหัตถการ
  • อาจไม่เหมาะกับเคสที่ต้องปลูกจำนวนมากในครั้งเดียว
    หากเป็นบริเวณกว้าง อาจมีข้อจำกัดด้านเวลาและความเหมาะสมของเทคนิค
  • ต้องอาศัยทีมแพทย์ที่มีความชำนาญ
    การควบคุมทิศทางและองศาของเส้นผมต้องใช้ความชำนาญ เพื่อให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับแนวผมเดิม
  • อาจมีอาการบวมหรือมีรอยแดงในช่วงแรก
    เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปหลังทำ และจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายฟื้นตัว

ความแตกต่างระหว่าง
การปลูกผม DHI vs FUE vs Long Hair

ปัจจุบันการปลูกผมมีหลายเทคนิค ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในด้านเครื่องมือและวิธีการ โดยสามารถสรุปให้เข้าใจได้ง่าย ดังนี้

เทียบปลูกผม 3 เทคนิคต่างกันอย่างไร

ขั้นตอนการปลูกผม DHI

การปลูกผม DHI เป็นกระบวนการที่ทำต่อเนื่องและเน้นความละเอียดในการวางรากผม โดยใช้ปากกา Implanter ในการปลูกลงสู่หนังศีรษะโดยตรง ซึ่งช่วยควบคุมทิศทางและความลึกได้จบในขั้นตอนเดียว โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้

ระยะเวลาในการทำหัตถการปลูกผม DHI

การปลูกผม DHI เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความละเอียดสูง เนื่องจากใช้ปากกา Implanter ในการปลูกกราฟต์ผมทีละหน่วย จึงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและพิถีพิถันในทุกขั้นตอน

โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 6-10 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์ พื้นที่ที่ต้องปลูก และความซับซ้อนของแนวไรผม  หากเป็นเคสที่ต้องการความละเอียดมาก หรือมีจำนวนกราฟต์มาก ระยะเวลาอาจนานขึ้นตามการประเมินของแพทย์

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการปลูกผม DHI

การเตรียมตัวก่อนปลูกผมเทคนิค DHI ช่วยให้ขั้นตอนเป็นไปอย่างราบรื่น และส่งผลต่อคุณภาพของรากผม โดยสามารถเตรียมตัวได้ดังนี้

ช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนวันปลูกผม

ในวันปลูกผม

ระยะเวลาในการพักฟื้นหลังการปลูกผม DHI

หลังปลูกผมเทคนิค DHI หนังศีรษะและรากผมจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตามลำดับ โดยสามารถแบ่งช่วงเวลาได้ดังนี้

ปลูกผมเทคนิค DHI

การเปลี่ยนแปลงหลังปลูกผม DHI

การเปลี่ยนแปลงหลังการปลูกผม DHI มักจะค่อยเป็นค่อยไปตามวงจรการเติบโตตามธรรมชาติของเส้นผม โดยทั่วไปอาจสังเกตเห็นพัฒนาการในแต่ละช่วงเวลาได้คร่าวๆ ดังนี้ (ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)

  • 1-3 เดือนแรก: เส้นผมที่ปลูกอาจมีการหลุดร่วงชั่วคราว ซึ่งถือเป็นกระบวนการทั่วไปก่อนที่รากผมจะเตรียมสร้างเส้นผมใหม่
  • 3-4 เดือน: มักจะเริ่มสังเกตเห็นเส้นผมใหม่งอกขึ้นมา โดยในช่วงแรกอาจยังมีลักษณะเส้นบางและสั้น
  • 6 เดือน: เส้นผมมักจะมีแนวโน้มยาวและหนาขึ้น ทำให้เริ่มจัดทรงได้ง่ายกว่าเดิม
  • 9-12 เดือน: เป็นช่วงที่มักจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น ทั้งในแง่ของความหนาแน่น ความกลมกลืน และทิศทางของเส้นผม

วิธีดูแลตัวเองหลังปลูกผม

การดูแลตัวเองหลังเข้ารับการปลูกผม DHI มีความสำคัญต่อการยึดเกาะและการเจริญเติบโตของกราฟต์ผม รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

3 วันแรก

  • ใช้แชมพูอ่อน ตีเป็นโฟมแล้วสระเบา ๆ บริเวณที่ปลูกผม
  • ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง และเป่าผมด้วยลมเย็น

1 สัปดาห์แรก

  • นอนยกศีรษะให้สูงเล็กน้อย เพื่อลดอาการบวม

2 สัปดาห์แรก

  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก เช่น ออกกำลังกายหนัก
  • งดการจัดแต่งทรงผม เช่น เจล สเปรย์ หรือการเซ็ตผม
  • เลือกใส่หมวกแบบหลวม เพื่อป้องกันแสงแดดและฝุ่น และหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณที่ปลูกผม
  • สามารถใช้น้ำอุ่นและไดร์ลมร้อนได้ตามปกติ

หลัง 3 เดือน

  • หากต้องการทำเคมีผม เช่น ย้อม ดัด หรือยืด ควรรออย่างน้อยประมาณ 3 เดือน

การปลูกผม DHI คุ้มค่าแค่ไหน?

การพิจารณาความคุ้มค่าของการปลูกผม DHI ไม่ได้ดูเพียงค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงผลลัพธ์ในระยะยาว คุณภาพของเส้นผม และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตร่วมด้วย โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้

ผลลัพธ์ระยะยาว

การปลูกผมเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เมื่อกราฟต์ผมติดและเจริญเติบโตแล้ว จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นและปรับแนวผมให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไม่ต้องดูแลซับซ้อนในระยะยาว

หลังผ่านช่วงพักฟื้นแล้ว การดูแลเส้นผมสามารถทำได้ใกล้เคียงกับเส้นผมปกติ

เสริมภาพลักษณ์ให้ดูดีในแบบของคุณ

แนวผมที่ได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสมช่วยให้ภาพรวมของใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น ช่วยให้คุณใช้ชีวิตและเข้าสังคมในการทำงานได้อย่างสบายใจและเป็นตัวของตัวเอง

วางแผนเฉพาะบุคคล

การปลูกผม DHI สามารถออกแบบแนวไรผม และวางตำแหน่งกราฟต์ผมให้เหมาะสมกับโครงหน้าและสภาพเส้นผมของแต่ละบุคคลได้อย่างยืดหยุ่น

การปลูกผม DHI ราคาเท่าไร?

การปลูกผมเทคนิค DHI ของ HairLab เพียง 140,000 บาท สำหรับการปลูกผมจำนวนไม่เกิน 3,000 กราฟต์ (ซึ่งโดยเฉลี่ยการปลูกผมจะอยู่ที่ 2,000-3,000 กราฟต์ ขึ้นอยู่กับปัญหาผมบางในแต่ละบุคคล) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเหมาะสมในการปลูกผม ช่วยควบคุมทิศทางและความหนาแน่นของเส้นผมได้อย่างละเอียด

ทั้งนี้ ราคาจะขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์และรายละเอียดของแต่ละเคส แนะนำเข้ารับการประเมินเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

สิ่งที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ

  • การตรวจวิเคราะห์หนังศีรษะ 
  • ออกแบบแนวไรผมโดยแพทย์
  • บริการสระผมและล้างแผลที่คลินิกในวันที่ 2 หลังทำ
  • หมวกคลินิก 1 ใบ
  • ยาหลังทำตามดุลยพินิจของแพทย์
  • แชมพูสูตรอ่อนโยน 1 ขวด
  • ยารับประทานสำหรับดูแลเส้นผมต่อเนื่อง 6 เดือน
  • บริการติดตามผลต่อเนื่องนาน 1 ปี

โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ

สำหรับผู้ที่สนใจบริการปลูกผม DHI เรามีโปรโมชั่นที่ช่วยฟื้นฟูและบำรุงกราฟต์ผมหลังทำหัตถการให้แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง ด้วยบริการ PRP 3 ครั้ง + Bio Light 3 ครั้ง

นอกจากนี้ ยังมอบส่วนลด 5% สำหรับผู้ที่ซื้อแพ็กเกจดูแลผมแบบคอมโบ (เช่น 3+3 หรือ 5+5) ภายใน 6 เดือนหลังปลูกผม  เพื่อดูแลผลลัพธ์ได้อย่างต่อเนื่องและเกิดผลลัพธ์อย่างเหมาะสม

ปุ่มโปรโมชั่น

โปรแกรมเสริมและการดูแลต่อเนื่องหลังปลูกผม

หลังปลูกผมเทคนิค DHI การดูแลต่อเนื่องมีส่วนช่วยให้หนังศีรษะฟื้นตัวได้ดี และช่วยให้รากผมที่ปลูกปรับตัวและเติบโตได้เหมาะสม โดยโปรแกรมเสริมที่มักใช้ร่วมกัน ได้แก่

PRP (Platelet-Rich Plasma)

การใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้รับบริการเอง มาช่วยกระตุ้นสภาพแวดล้อมของหนังศีรษะให้เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม

Bio Light (แสงสีแดง)

เป็นการใช้แสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์บริเวณหนังศีรษะ และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม

Hair Plus (เมโสเทอราปีสำหรับเส้นผม)

การบำรุงหนังศีรษะด้วยสารอาหารที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผมและรากผม

แพ็กเกจยารับประทานดูแลเส้นผมรายเดือน

ช่วยลดปัจจัยที่ทำให้ผมร่วง และเสริมความแข็งแรงให้ทั้งผมเดิมและผมที่ปลูกใหม่

ขั้นตอนการเข้ารับบริการปลูกผมที่ HairLab

การดูแลผู้เข้ารับบริการปลูกผม DHI ที่ HairLab ถูกวางเป็นขั้นตอนอย่างชัดเจน ตั้งแต่การประเมินเบื้องต้นไปจนถึงการติดตามผล เพื่อให้การปลูกผมเป็นไปอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องในแต่ละบุคคล

ข้อมูลที่ต้องใช้ประเมินก่อนปลูกผม

ก่อนปลูกผมเทคนิค DHI การประเมินเบื้องต้นเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษา ออกแบบแนวไรผม และกำหนดจำนวนกราฟต์ได้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยข้อมูลที่ใช้ประเมินมีดังนี้

  • รูปถ่ายศีรษะทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านหน้า ด้านบน ท้ายทอย และโซน Donor เพื่อใช้ประเมินลักษณะการกระจายของเส้นผม และความพร้อมของกราฟต์ผม
  • อายุ ใช้ประกอบการพิจารณาแนวโน้มของปัญหาผมร่วงในระยะยาว
  • โรคประจำตัว เช่น โรคเรื้อรัง หรือภาวะที่อาจมีผลต่อการรักษา
  • ยาที่กำลังใช้อยู่ เพื่อประเมินความเสี่ยงและการตอบสนองต่อการทำหัตถการ
  • ประวัติผมร่วงโดยรวม เช่น ระยะเวลาที่เริ่มมีปัญหา ลักษณะการร่วง และการรักษาที่เคยทำมาก่อน

ข้อมูลนี้จะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมและการตอบสนองของร่างกายในแต่ละคน โดยการรักษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

ภาพถ่ายผม 4 มุมเพื่อให้แพทย์แนะนำวิธีรักษา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เทคนิค DHI จะใช้ปากกา Implanter ในการปลูกกราฟต์ผมโดยตรง ทำให้สามารถควบคุมทิศทางและความหนาแน่นได้อย่างละเอียด ขณะที่ FUE เป็นการเจาะเก็บกราฟต์ผมออกมาก่อน แล้วจึงนำไปปลูกในขั้นตอนถัดไป เหมาะกับการปลูกในพื้นที่กว้าง และมีกระบวนการที่เข้าใจง่ายกว่า

โดยทั่วไป กราฟต์ผมที่นำมาจากบริเวณท้ายทอยหรือหลังหู เพราะมีความทนทานต่อการหลุดร่วงจากพันธุกรรม เมื่อปลูกและยึดติดแล้ว เส้นผมสามารถเจริญเติบโตได้ในระยะยาวตามวงจรปกติของเส้นผม

แผลที่เกิดจากการปลูกผม DHI มีขนาดเล็กมาก (ขนาดประมาณ 0.5-0.9 มม.) และกระจายตัวเป็นจุดเล็ก ๆ จึงไม่เกิดแผลเป็นทางยาวจากการผ่าตัดแบบเดิม และโดยทั่วไปจะสังเกตเห็นได้ยากเมื่อเส้นผมขึ้นปกคลุม

เหมาะกับบริเวณแนวไรผมด้านหน้า หรือจุดที่ต้องการความละเอียดในการจัดวางทิศทางของเส้นผม เช่น บริเวณมุมเว้า หรือการปรับกรอบหน้าให้ดูสมดุลมากขึ้น เนื่องจากสามารถควบคุมองศาของเส้นผมได้อย่างละเอียด

อาจต้องโกนบริเวณท้ายทอยหรือหลังหู เพื่อความสะดวกในการเก็บกราฟต์ผม แต่บริเวณด้านหน้าหรือพื้นที่ที่ต้องการปลูกสามารถเลือกไม่โกนได้ ทำให้ภาพรวมไม่เปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาในแต่ละเคส