HairLab คลินิกปลูกผมผู้ชาย มาตรฐานใหม่ พร้อมดูแลทุกขั้นตอน
HairLab คลินิกปลูกผมผู้ชาย มาตรฐานใหม่ พร้อมดูแลทุกขั้นตอน-ขนาดโทรศัพท์
ข้อดีเทคนิค FUE

การปลูกผมเทคนิค FUE

ปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือศีรษะล้าน ไม่เพียงส่งผลต่อภาพลักษณ์ภายนอก แต่ยังสร้างความกังวลใจในการใช้ชีวิตประจำวัน หลายคนต้องคอยจัดแต่งทรงผมเพื่อปกปิด หรือหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เห็นหนังศีรษะชัดเจน

ปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์ ทำให้มีหลายทางเลือกในการรักษาที่ตอบโจทย์ผู้รับบริการยิ่งขึ้น หนึ่งในนั้นคือการปลูกผมเทคนิค FUE ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับในทางการแพทย์ โดยมีจุดเด่นคือการย้ายรากผมทีละหน่วย ทำให้เกิดแผลขนาดเล็ก ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน และช่วยให้ผลลัพธ์ดูกลมกลืนกับเส้นผมเดิม

ปลูกผมเทคนิค FUE คืออะไร?

การปลูกผมเทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction) คือ วิธีการเจาะย้ายรากผมทีละหน่วยจากบริเวณด้านหลังศีรษะหรือท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณที่เส้นผมมีความแข็งแรง จากนั้นนำรากผมไปปลูกในตำแหน่งที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน เพื่อช่วยเพิ่มความหนาแน่น และปรับแนวไรผมให้เหมาะสมกับรูปหน้า

จุดเด่นของเทคนิคนี้คือการใช้เครื่องมือขนาดเล็กมาก ประมาณ 0.8-1.0 มิลลิเมตร ในการเก็บรากผม ทำให้เกิดแผลขนาดเล็กกระจายตัว ไม่เป็นแผลยาวเหมือนการผ่าตัดแบบดั้งเดิม จึงมองเห็นรอยแผลได้ยาก และใช้ระยะเวลาพักฟื้นไม่นาน

นอกจากนี้ การปลูกผมเทคนิค FUE ยังเป็นการย้ายรากผมในรูปแบบ “หน่วยรากผม” โดยใน 1 กราฟต์จะประกอบด้วยเส้นผมประมาณ 1-4 เส้น ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเรียงตัวสม่ำเสมอ และกลมกลืนกับเส้นผมเดิมมากยิ่งขึ้น

ก่อน-หลังปลูกผมเทคนิค FUE-03

การปลูกผมเทคนิค FUE เหมาะกับใครบ้าง?

การปลูกผมเทคนิค FUE แพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล ตามปัญหาผมบาง แนวผม และความต้องการ เพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละคน โดยทั่วไปเหมาะกับกลุ่มดังนี้

  • ผู้ที่มีผมบางบริเวณด้านหน้า หรือมีแนวผมเว้าลักษณะรูปตัว M
  • ผู้ที่ต้องการปรับแนวไรผมให้เหมาะสมกับรูปหน้า
  • ผู้ที่มีหน้าผากกว้างหรือมีปัญหาแนวผมถอยร่น
  • ผู้ที่มีภาวะผมบางจากกรรมพันธุ์
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ในระยะยาวจากการปลูกผม

ข้อดีของการปลูกผมเทคนิค FUE

การปลูกผมด้วยเทคนิค FUE เป็นวิธีที่ได้รับความนิยม เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งด้านผลลัพธ์และระยะเวลาการฟื้นตัว โดยมีข้อดีหลัก ๆ ดังนี้

  • แผลมีขนาดเล็ก (ประมาณ 0.8-1.0 มม.) จากการเก็บรากผมทีละหน่วย
  • ไม่ต้องผ่าตัดเป็นแผลยาว จึงช่วยลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นที่สังเกตได้ชัด
  • แผลจะมีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ กระจายตัว ทำให้มองเห็นได้ยาก
  • อาการเจ็บอยู่ในระดับที่สามารถทนได้ และร่างกายฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว
  • ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
  • ให้ผลลัพธ์ดูกลมกลืน เนื่องจากย้ายรากผมในรูปแบบหน่วยรากผม
  • สามารถออกแบบแนวไรผมให้เหมาะกับรูปหน้า
  • เป็นเทคนิคมาตรฐานที่นิยมใช้ และมีแนวทางการรักษาที่ชัดเจน
  • สามารถจัดวางรากผมได้ค่อนข้างเหมาะสมตามตำแหน่งที่ต้องการ
  • หากต้องการเพิ่มความหนาแน่นในอนาคต สามารถปลูกเพิ่มเติมได้

ข้อจำกัดของการปลูกผมเทคนิค FUE

แม้ว่าการปลูกผมเทคนิค FUE จะมีข้อดีหลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ เพื่อประเมินความเหมาะสมได้อย่างรอบด้าน ดังนี้

01

จำเป็นต้องโกนผมบริเวณด้านหลังศีรษะ เพื่อให้สามารถเก็บรากผมได้อย่างสะดวกและเป็นระเบียบ

02

ใช้เวลาทำค่อนข้างนาน โดยเฉพาะในเคสที่ต้องปลูกจำนวนกราฟต์มาก

03

อาจเกิดแผลเป็นขนาดเล็กในลักษณะจุดกระจายบริเวณที่เก็บรากผม

04

ความหนาแน่นของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์ผมที่มีในแต่ละบุคคล

05

ต้องอาศัยความชำนาญของทีมปลูกผมในการเก็บและย้ายรากผม

06

มีโอกาสที่รากผมบางส่วนอาจเสียหายได้ หากขั้นตอนการทำไม่เหมาะสมหรือขาดความละเอียด

ความแตกต่างระหว่าง
ปลูกผมเทคนิค FUE vs DHI vs Long Hair

ปัจจุบันการปลูกผมมีหลายเทคนิค ซึ่งแต่ละแบบมีความแตกต่างกันทั้งในด้านเครื่องมือ วิธีการ และลักษณะการปลูก โดยสามารถสรุปให้เข้าใจได้ง่าย ดังนี้

เทียบปลูกผม 3 เทคนิคต่างกันอย่างไร

ระยะเวลาในการทำหัตถการปลูกผมเทคนิค FUE

โดยทั่วไป การปลูกผมด้วยเทคนิค FUE จะใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์ที่ต้องปลูก ความหนาแน่นที่ต้องการ และความซับซ้อนของแต่ละเคส หากเป็นเคสที่ต้องใช้กราฟต์จำนวนมาก ระยะเวลาอาจยาวนานยิ่งขึ้นตามการประเมินของแพทย์

ระหว่างทำหัตถการ จะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดความรู้สึกเจ็บ ทำให้สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องตลอดขั้นตอน โดยอาจมีการพักเป็นช่วง ๆ ตามความเหมาะสม ก่อนดำเนินการปลูกรากผมลงในตำแหน่งที่ได้ออกแบบไว้ล่วงหน้า

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการปลูกผมเทคนิค FUE

การเตรียมตัวก่อนปลูกผมเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยให้การทำหัตถการเป็นไปอย่างราบรื่น และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ดังนี้

ช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนวันปลูกผม

ในวันปลูกผม

ระยะเวลาในการพักฟื้นหลังปลูกผมเทคนิค FUE

หลังปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ร่างกายจะค่อย ๆ ฟื้นตัวเป็นลำดับ โดยระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปตามการดูแลตัวเองและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ดังนี้

ปลูกผมเทคนิค FUE

การเปลี่ยนแปลงหลังปลูกผมเทคนิค FUE

การเปลี่ยนแปลงหลังการปลูกผมเทคนิค FUE มักจะค่อยเป็นค่อยไปตามวงจรการเติบโตตามธรรมชาติของเส้นผม โดยทั่วไปอาจสังเกตเห็นพัฒนาการในแต่ละช่วงเวลาได้คร่าวๆ ดังนี้ (ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)

  • 1-3 เดือนแรก: เส้นผมที่ปลูกอาจมีการหลุดร่วงชั่วคราว ซึ่งถือเป็นกระบวนการทั่วไปก่อนที่รากผมจะเตรียมสร้างเส้นผมใหม่
  • 3-4 เดือน: มักจะเริ่มสังเกตเห็นเส้นผมใหม่งอกขึ้นมา โดยในช่วงแรกอาจยังมีลักษณะเส้นบางและสั้น
  • 6 เดือน: เส้นผมมักจะมีแนวโน้มยาวและหนาขึ้น ทำให้เริ่มจัดทรงได้ง่ายกว่าเดิม
  • 9-12 เดือน: เป็นช่วงที่มักจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น ทั้งในแง่ของความหนาแน่น ความกลมกลืน และทิศทางของเส้นผม

วิธีดูแลตัวเองหลังปลูกผม

การดูแลตัวเองหลังปลูกผมมีผลต่อการยึดเกาะของรากผมและการเติบโตในระยะยาว โดยสามารถปฏิบัติตามแนวทางได้ดังนี้

3 วันแรก

  • ใช้แชมพูอ่อน ตีเป็นโฟมแล้วสระเบา ๆ บริเวณที่ปลูกผม
  • ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง และเป่าผมด้วยลมเย็น

1 สัปดาห์แรก

  • นอนยกศีรษะให้สูงเล็กน้อย เพื่อลดอาการบวม

2 สัปดาห์แรก

  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก เช่น ออกกำลังกายหนัก
  • งดการจัดแต่งทรงผม เช่น เจล สเปรย์ หรือการเซ็ตผม
  • เลือกใส่หมวกแบบหลวม เพื่อป้องกันแสงแดดและฝุ่น และหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณที่ปลูกผม
  • สามารถใช้น้ำอุ่นและไดร์ลมร้อนได้ตามปกติ

หลัง 3 เดือน

  • หากต้องการทำเคมีผม เช่น ย้อม ดัด หรือยืด ควรรออย่างน้อยประมาณ 3 เดือน

ปลูกผมเทคนิค FUE ราคาเท่าไร?

การปลูกผมเทคนิค FUE ของ HairLab เพียง 120,000 บาท สำหรับการปลูกผมจำนวนไม่เกิน 3,000 กราฟต์ (ซึ่งโดยเฉลี่ยการปลูกผมจะอยู่ที่ 2,000-3,000 กราฟต์ ขึ้นอยู่กับปัญหาผมบางในแต่ละบุคคล) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผมเต็มกระบวนการในครั้งเดียว โดยใช้วิธีเจาะนำรากผมออกทีละกราฟต์ ช่วยลดรอยแผลเป็น และฟื้นตัวได้ค่อนข้างไว

ทั้งนี้ ราคาจะขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์และรายละเอียดของแต่ละเคส แนะนำเข้ารับการประเมินเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

สิ่งที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ

  • การตรวจวิเคราะห์หนังศีรษะ 
  • ออกแบบแนวไรผมโดยแพทย์
  • บริการสระผมและล้างแผลที่คลินิกในวันที่ 2 หลังทำ
  • หมวกคลินิก 1 ใบ
  • ยาหลังทำตามดุลยพินิจของแพทย์
  • แชมพูสูตรอ่อนโยน 1 ขวด
  • ยารับประทานสำหรับดูแลเส้นผมต่อเนื่อง 6 เดือน
  • บริการติดตามผลต่อเนื่องนาน 1 ปี

โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ

สำหรับผู้ที่สนใจบริการปลูกผมเทคนิค FUE เรามีโปรโมชั่นที่ช่วยฟื้นฟูและบำรุงกราฟต์ผมหลังทำหัตถการให้แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง ด้วยบริการ PRP 1 ครั้ง + Bio Light 1 ครั้ง

นอกจากนี้ ยังมอบส่วนลด 5% สำหรับผู้ที่ซื้อแพ็กเกจดูแลผมแบบคอมโบ (เช่น 3+3 หรือ 5+5) ภายใน 6 เดือนหลังปลูกผม  เพื่อดูแลผลลัพธ์ได้อย่างต่อเนื่องและเกิดผลลัพธ์อย่างเหมาะสม

ปุ่มโปรโมชั่น

โปรแกรมเสริมและการดูแลต่อเนื่องหลังปลูกผม

หลังปลูกผมเทคนิค FUE การดูแลอย่างต่อเนื่องมีส่วนช่วยให้หนังศีรษะฟื้นตัวได้ดี และสนับสนุนการเติบโตของรากผมในระยะยาว โดยโปรแกรมที่นิยมใช้ร่วมกัน มีดังนี้

PRP (Platelet-Rich Plasma)

เป็นการนำเกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้เข้ารับบริการมาฉีดบริเวณหนังศีรษะ เพื่อช่วยฟื้นฟูรากผม และกระตุ้นการงอกของเส้นผม

Bio Light (แสงสีแดง)

เป็นการใช้แสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์หนังศีรษะ และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม

Hair Plus (เมโสเทอราปีสำหรับเส้นผม)

เป็นการฉีดสารอาหารและวิตามินเข้าสู่หนังศีรษะโดยตรง เพื่อช่วยบำรุงรากผม และอาจช่วยลดปัญหาผมร่วงได้ในระดับหนึ่ง

แพ็กเกจยารับประทานดูแลเส้นผมรายเดือน

ช่วยควบคุมปัจจัยที่ทำให้เกิดผมร่วง พร้อมทั้งเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมเดิม ควบคู่ไปกับเส้นผมที่ปลูกใหม่

ขั้นตอนการเข้ารับบริการปลูกผมที่ HairLab

การปลูกผมเทคนิค FUE ที่ HairLab มีขั้นตอนที่เป็นลำดับชัดเจน เข้าใจง่าย ตั้งแต่การประเมินเบื้องต้นไปจนถึงการติดตามผล ดังนี้

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการประเมินเบื้องต้น

ก่อนเข้ารับการปลูกผมเทคนิค FUE ควรเตรียมข้อมูลให้พร้อม เพื่อช่วยให้การวางแผนการรักษา การออกแบบแนวไรผม และการประเมินจำนวนกราฟต์มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยข้อมูลที่ควรเตรียม มีดังนี้

  • รูปถ่ายศีรษะ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านหน้า ด้านบน ท้ายทอย และโซน Donor เพื่อใช้ประเมินตำแหน่งผมบางและคุณภาพของเส้นผม
  • อายุ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนระยะยาว และประเมินแนวโน้มการเกิดผมร่วงในอนาคต
  • โรคประจำตัว เช่น โรคเรื้อรัง หรือภาวะที่อาจส่งผลต่อการทำหัตถการ
  • ยาที่ใช้อยู่ รวมถึงอาหารเสริมต่าง ๆ เพื่อใช้พิจารณาความเหมาะสมก่อนเข้ารับการรักษา
  • ประวัติผมร่วง เช่น เริ่มมีปัญหาตั้งแต่เมื่อไหร่ ลักษณะการร่วง และบริเวณที่มีปัญหา เพื่อช่วยให้ประเมินสาเหตุและแนวทางการรักษาได้เหมาะสมมากขึ้น

ข้อมูลนี้จะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมและการตอบสนองของร่างกายในแต่ละคน โดยการรักษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

ภาพถ่ายผม 4 มุมเพื่อให้แพทย์แนะนำวิธีรักษา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ก่อนทำจะมีการฉีดยาชาเฉพาะที่ เพื่อลดความรู้สึกเจ็บระหว่างหัตถการ ในระหว่างทำอาจรู้สึกตึงหรือมีแรงกดเล็กน้อยเป็นบางช่วง แต่โดยรวมอยู่ในระดับที่ทนได้

โดยทั่วไปจำเป็นต้องโกนผมบริเวณด้านหลังศีรษะ เพื่อให้สามารถเก็บรากผมได้อย่างสะดวกและเป็นระเบียบ อย่างไรก็ตาม รูปแบบการโกนอาจปรับให้เหมาะสมตามแผนการรักษาของแต่ละเคส

มักเริ่มเห็นเส้นผมใหม่ประมาณ 3-4 เดือนหลังทำ และเส้นผมจะค่อย ๆ หนาขึ้นตามลำดับ โดยผลลัพธ์จะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วงประมาณ 9-12 เดือน

โดยส่วนใหญ่สามารถขับรถกลับได้ เนื่องจากใช้ยาชาเฉพาะที่ แต่ควรหลีกเลี่ยงหากมีอาการอ่อนล้า เวียนศีรษะ หรือยังไม่พร้อม

โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในประมาณ 3-7 วัน และร่างกายจะฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล