HairLab คลินิกปลูกผมผู้ชาย มาตรฐานใหม่ พร้อมดูแลทุกขั้นตอน
HairLab คลินิกปลูกผมผู้ชาย มาตรฐานใหม่ พร้อมดูแลทุกขั้นตอน-ขนาดโทรศัพท์

HairLab คลินิกปลูกผมผู้ชาย

มาตรฐานใหม่ของการปลูกผมในไทย

HairLab คลินิกปลูกผมผู้ชายที่มุ่งเน้นการออกแบบแนวไรผมเฉพาะบุคคล เพื่อแก้ปัญหาผมบางและศีรษะล้านอย่างเหมาะสม โดยอิงจากสรีระใบหน้าและโครงสร้างเส้นผมของผู้ชายไทย พร้อมเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น FUE, DHI หรือ Long Hair เพื่อให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับบุคลิกและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ภายใต้การดูแลโดย หมอปั๊ม นพ.กิตติพัชญ์ รัศมีจารุกิตติ์ แพทย์ผู้ชำนาญการตลอดระยะเวลา 10 ปี และดูแลเคสมาแล้วกว่า 10,000 เคส

HairLab นำเสนอแนวคิด “Prime Hairline Design” ที่เชื่อว่าแนวผมที่ดีไม่มีสูตรสำเร็จ ทุกกราฟต์ผมจึงถูกวิเคราะห์อย่างละเอียด ทั้งในด้านความหนาแน่น ทิศทางการงอก และความสมดุลของรูปหน้า เพื่อให้แนวผมที่ได้ดูกลมกลืน เสริมบุคลิกภาพ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

ผลลัพธ์จากลูกค้าจริงของ คลินิกปลูกผมผู้ชาย HairLab

HairLab มีผลงานจากผู้เข้ารับบริการจริงมากกว่า 10,000 เคส

ผลลัพธ์จากลูกค้าจริงเทคนิคการปลูกผม FUE

ผลลัพธ์จากลูกค้าจริงเทคนิคการปลูกผม DHI

ผลลัพธ์จากลูกค้าจริงเทคนิคการปลูกผม Long Hair

คุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่?

  • ผมบางลง เห็นหนังศีรษะชัดขึ้น
  • แนวผมร่น หน้าผากกว้างขึ้น (M-Shape)
  • ผมร่วงผิดปกติ จัดทรงยาก ไม่มั่นใจในลุคตัวเอง
  • ศีรษะล้านเป็นหย่อม หรือเริ่มล้านบริเวณกลางศีรษะ
  • อยากปรับรูปหน้าให้ดูสมดุลและอ่อนเยาว์มากขึ้น
  • ไม่มั่นใจเวลาถ่ายรูป หรือพบปะผู้คน

หากคุณกำลังเผชิญกับหนึ่งในปัญหาเหล่านี้ การปลูกผมถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดูแลและปรับลุค ที่สามารถช่วยเสริมบุคลิกภาพให้คุณกลับมาดูดีได้อีกครั้ง

ปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์

บริการของเรา

HairLab คัดสรรเทคนิคการปลูกผมที่หลากหลาย เพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคลอย่างเหมาะสม

หมอปั๊มผู้เชี่ยวชาญของ HairLab พร้อมให้คำปรึกษาด้วยความจริงใจ

” หมอปั๊ม “

นพ.กิตติพัชญ์ รัศมีจารุกิตติ์

(Kittiphat Rassameejarukit)

แพทย์ผู้ชำนาญการ ประจำคลินิกปลูกผมผู้ชาย HairLab

นพ.กิตติพัชญ์ รัศมีจารุกิตติ์ หรือ หมอปั๊ม ปลูกผมผู้ชาย แพทย์ผู้ก่อตั้ง HairLab เป็นแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมปลูกผมและตจวิทยา ตลอดระยะเวลา 10 ปี หมอปั๊มผ่านการดูแลคนไข้มาแล้วกว่า 10,000 เคส จึงมีความเข้าใจทั้งในด้านโครงสร้างทางการแพทย์และความงามอย่างลึกซึ้ง

จุดเด่นของหมอปั๊มอยู่ที่การใช้เทคนิคการปลูกผมเฉพาะทาง ผสมผสานความละเอียดทางการแพทย์เข้ากับความพิถีพิถันเชิงศิลปะ เพื่อรังสรรค์แนวไรผมที่กลมกลืนและลงตัว โดยคำนึงถึงองศาและทิศทางเส้นผมให้เหมาะกับโครงหน้าและลักษณะเส้นผมเดิมของผู้เข้ารับบริการแต่ละคน เพื่อมุ่งหวังผลลัพธ์ที่ดูเรียบร้อย กลมกลืน และตอบโจทย์ความต้องการของผู้เข้ารับบริการ

เทคนิคการปลูกผมที่ HairLab

เทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction)


เทคนิค FUE เป็นวิธีการย้ายรากผมแบบแยกกราฟต์ โดยแพทย์จะเก็บรากผมจากบริเวณ Donor เช่น ท้ายทอยหรือหลังใบหู ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รากผมแข็งแรง ก่อนนำไปปลูกในบริเวณที่ผมบางหรือศีรษะล้าน

จุดเด่นของเทคนิคนี้คือ แผลมีขนาดเล็ก ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ทิ้งแผลยาว และฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว แพทย์สามารถออกแบบแนวไรผมให้เข้ากับรูปหน้าและแนวผมเดิมของผู้เข้ารับบริการ ทำให้ผลลัพธ์ดูกลมกลืนและเหมาะกับแต่ละบุคคล เทคนิคนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับแนวผมและเพิ่มความหนาในบางจุด โดยไม่กระทบต่อชีวิตประจำวันมากนัก

เทคนิค DHI (Direct Hair Implantation)


เทคนิค DHI พัฒนาต่อยอดจาก FUE โดยนำรากผมที่เก็บได้มาปลูกลงในบริเวณที่ต้องการ ด้วยอุปกรณ์เฉพาะทางที่เรียกว่า Implanter Pen ซึ่งช่วยควบคุมทิศทาง มุม และความลึกของเส้นผมได้อย่างละเอียด

จุดเด่นของเทคนิคนี้คือ สามารถเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมได้ดี ลดแรงกระทบต่อรากผม และช่วยให้เส้นผมเรียงตัวสอดคล้องกับแนวผมเดิม เหมาะกับผู้ที่ต้องการการออกแบบแนวผมอย่างละเอียด โดยเฉพาะในบริเวณที่ต้องการความเรียบร้อยและสม่ำเสมอ

เทคนิค Long Hair (Non Shaven DHI)


เทคนิค Long Hair เป็นการปลูกผมโดยไม่ต้องโกนบริเวณที่ทำการปลูก แพทย์จะนำรากผมที่ยังคงมีความยาวมาปลูกลงในตำแหน่งที่ต้องการ ทำให้สามารถเห็นแนวผมและภาพรวมของผลลัพธ์ได้หลังทำ

จุดเด่นของเทคนิคนี้คือ ไม่กระทบลุคเดิมหลังทำ สามารถใช้ชีวิตประจำวันหรือกลับไปทำงานได้ตามปกติ ลดระยะเวลาในการพักฟื้น และยังช่วยให้เส้นผมเรียงตัวสอดคล้องกับแนวผมเดิม เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและไม่อยากให้คนรอบข้างสังเกตเห็นว่าไปปลูกผมมา

ตารางเปรียบเทียบเทคนิคการปลูกผม HairLab

เพื่อให้เปรียบเทียบได้ชัดเจน หมอปั๊มสรุปความแตกต่างของแต่ละเทคนิคตาม 5 ด้าน ได้แก่ เทคนิค กระบวนการ จุดเด่น เครื่องมือ และความเหมาะสมกับผู้เข้ารับบริการ

เทคนิค

กระบวนการ

จุดเด่น

เครื่องมือ

เหมาะกับใคร

FUE

แยกเก็บรากผมเป็นกราฟต์จากบริเวณ Donor แล้วนำมาปลูกในพื้นที่ที่ต้องการ

แผลเล็ก ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลยาว ฟื้นตัวไว ออกแบบแนวผมได้ละเอียด

เครื่องมือเจาะกราฟต์

ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผมบาง ต้องการปลูกผมแบบมาตรฐาน เห็นผลลัพธ์ชัดเจน

DHI

ใช้เครื่องเจาะเก็บรากผม แผลเล็กกว่าแบบ FUE และปลูกด้วย Implanter Pen โดยไม่ต้องเปิดแผลล่วงหน้า

ควบคุมทิศทาง มุม และความลึกได้อย่างเหมาะสม เพิ่มความหนาแน่นได้ดี ลดการกระทบกระเทือนรากผม

Implanter Pen (ปากกาปลูกผม)

ผู้ที่ต้องการความหนาแน่นสูง เน้นความละเอียดของแนวผม เช่น บริเวณหน้าผาก

Long Hair

นำรากผมที่ยังมีความยาวมาปลูกโดยไม่ต้องโกนผม ทำให้เห็นภาพรวมหลังทำ

ไม่กระทบลุคเดิม เห็นแนวผมได้หลังทำ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ พักฟื้นน้อย

เครื่องมือปลูกผมเฉพาะทาง

ผู้ที่ไม่ต้องการโกนผม ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือมีข้อจำกัดด้านภาพลักษณ์

คลิปที่ 1

อธิบาย

รับชมวิดีโอ

คลิปที่ 2

อธิบาย

คลิปที่ 3

อธิบาย

คลิปที่ 4

อธิบาย

คลิปที่ 5

อธิบาย

คลิปที่ 6

อธิบาย

คลิปที่ 7

อธิบาย

ดูวิดีโอเพิ่มเติม

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

ปุ่มโปรโมชั่น
ของแถมและสิทธิพิเศษ
ส่วนลดพิเศษหลังการปลูกผม

บรรยากาศที่ HairLab

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

HairLab ให้ความสำคัญกับการออกแบบแนวผมแบบเฉพาะบุคคล (Case by Case) ทุกเคสดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อใส่ใจทุกรายละเอียดอย่างเต็มที่

จริงครับ หมอปั๊มดูแลตั้งแต่ขั้นตอนตรวจประเมินสภาพเส้นผมและสแกนรากผมอย่างละเอียด ออกแบบแนวไรผมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล จนถึงขั้นตอนปลูกผมเอง พร้อมดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด

เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน แนวผมร่นถอย (M-Shape) หรือผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้สมดุลและดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วยเส้นผมที่ดูกลมกลืน

แพทย์จะประเมินสภาพเส้นผม พื้นที่ที่ต้องการปลูก และไลฟ์สไตล์ของผู้เข้ารับบริการ เพื่อแนะนำเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลในวันปรึกษา

ระหว่างทำใช้ยาชาเฉพาะจุดและแนวทางการดูแลของคลินิก ทำให้รู้สึกสบายตลอดการรักษา อาจมีความตึงเล็กน้อยในช่วงแรกเท่านั้น