

ฉีด PRP ผม
นวัตกรรมฟื้นฟูรากผม
ลดปัญหาผมร่วง ผมบาง
ปัญหาผมร่วงและผมบางสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม ฮอร์โมน อายุที่เพิ่มขึ้น หรือความเครียด เมื่อเส้นผมเริ่มหลุดร่วงมากกว่าปกติ การดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญ เพื่อช่วยคงความแข็งแรงของเส้นผมและชะลอการบางของหนังศีรษะ
การฉีด PRP ผม เป็นนวัตกรรมที่นำเกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้เข้ารับบริการมาใช้ดูแลรากผมและหนังศีรษะ ช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต
ของเส้นผม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือผู้ที่ต้องการดูแลเส้นผมหลังปลูกผมให้ดูแข็งแรงและมีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น

ฉีด PRP ผม คืออะไร?
การฉีด PRP ผม (Platelet-Rich Plasma) คือ การนำเกล็ดเลือดเข้มข้นที่สกัดจากเลือดของผู้เข้ารับบริการเอง มาฉีดกลับเข้าสู่หนังศีรษะ เพื่อช่วยฟื้นฟูรากผมและสภาพหนังศีรษะ โดยเกล็ดเลือดเข้มข้นนี้อุดมไปด้วย Growth Factors หรือสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูของร่างกาย
เมื่อฉีดเข้าสู่บริเวณที่มีปัญหาผมร่วงหรือผมบาง จะช่วยสนับสนุนการทำงานของรากผม ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม และช่วยให้เส้นผมดูแข็งแรงขึ้นในระยะยาว
ประโยชน์ของ
การฉีด PRP ผม
การฉีด PRP ผม ช่วยฟื้นฟูรากผมและหนังศีรษะด้วย Growth Factors จากเกล็ดเลือดเข้มข้น โดยมีประโยชน์ที่สำคัญ ดังนี้
ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพรากผม สาเหตุของผมร่วง และการตอบสนองของร่างกาย

หลักการทำงานของการฉีด PRP ผม ช่วยฟื้นฟูเส้นผมได้อย่างไร?
การฉีด PRP ผม
เหมาะกับปัญหาผม
ลักษณะใดบ้าง?
การฉีด PRP ผม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือรากผมอ่อนแอในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้
การฉีด PRP ผม
ไม่เหมาะกับใครบ้าง?
การฉีด PRP ผม เป็นหัตถการที่ใช้เกล็ดเลือดจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการเอง จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง โดยกลุ่มที่อาจไม่เหมาะกับการรักษา ได้แก่
ควรเริ่มฉีด PRP หลังปลูกผมเมื่อไหร่?
โดยทั่วไปสามารถเริ่มฉีด PRP ผมได้หลังปลูกผมประมาณ 2-4 สัปดาห์ หรือเมื่อแผลบริเวณหนังศีรษะปิดสนิทและฟื้นตัวดีแล้ว เพื่อช่วยดูแลหนังศีรษะและสนับสนุนการฟื้นตัวของรากผมที่ปลูกใหม่ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนเริ่มการรักษา

ขั้นตอนการฉีด PRP ผม
การฉีด PRP ผม เป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 เก็บตัวอย่างเลือด
แพทย์หรือพยาบาลจะเก็บตัวอย่างเลือดในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อนำไปเตรียมเกล็ดเลือดเข้มข้นสำหรับการรักษา
ขั้นตอนที่ 2 ปั่นแยกเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP)
เลือดจะถูกนำเข้าสู่เครื่องปั่นเหวี่ยง (Centrifuge) เพื่อแยกส่วนประกอบต่าง ๆ และคัดแยกเฉพาะพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นออกมา
ขั้นตอนที่ 3 เตรียมหนังศีรษะก่อนทำหัตถการ
ทำความสะอาดบริเวณหนังศีรษะที่ต้องการรักษา และอาจมีการใช้ยาชาหรือประคบเย็นเพื่อลดความรู้สึกไม่สบาย
ขั้นตอนที่ 4 ฉีด PRP เข้าสู่หนังศีรษะ
แพทย์จะฉีด PRP เข้าสู่บริเวณที่มีปัญหาผมร่วงหรือผมบาง เพื่อให้สารสำคัญกระจายสู่รากผมและหนังศีรษะตามแนวทางการรักษา
ฉีด PRP ผมเจ็บไหม?
การฉีด PRP ผม อาจมีความรู้สึกเจ็บหรือระบมเล็กน้อยระหว่างทำหัตถการ แต่โดยทั่วไปอยู่ในระดับที่สามารถทนได้ โดยก่อนทำจะมีการประคบเย็นหรือใช้ยาชาตามความเหมาะสมเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย ระหว่างฉีดอาจรู้สึกเหมือนถูกสะกิดเบา ๆ หรือมีอาการตึงบริเวณหนังศีรษะเล็กน้อย ส่วนหลังทำอาจมีอาการระบมหรือตึงชั่วคราว ซึ่งมักจะดีขึ้นภายใน
ไม่กี่ชั่วโมงและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ฉีด PRP ผม
มีผลข้างเคียงหรือไม่?
การฉีด PRP ผม เป็นหัตถการที่ใช้เกล็ดเลือดจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการเอง จึงมีความเสี่ยงต่อการแพ้ค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม
หลังทำอาจพบอาการข้างเคียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นได้ชั่วคราว เช่น

ฉีด PRP ผม
ต้องทำกี่ครั้ง?
โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีด PRP ผม เดือนละ 1 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 3-5 ครั้ง เพื่อช่วยฟื้นฟูรากผมและสนับสนุนการเจริญเติบโตของเส้นผมในช่วงเริ่มต้น หลังจากนั้นสามารถทำซ้ำเป็นระยะเพื่อคงผลลัพธ์ โดยมักนัดติดตามทุก 6 เดือน หรือปีละ 1-2 ครั้ง ทั้งนี้ ความถี่ในการรักษาอาจแตกต่างกันไปตามสภาพเส้นผมและการประเมินของแพทย์
หลังฉีด PRP ผม
ใช้เวลานานแค่ไหน
จึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง?
การฉีด PRP ผม ต้องอาศัยเวลาในการฟื้นฟูรากผมตามวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม โดยผลลัพธ์มักค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา ดังนี้
1 เดือนแรก
อาจเริ่มสังเกตได้ว่าผมร่วงลดลง และสภาพหนังศีรษะดูสมดุลมากขึ้น
เริ่มเห็นไรผมหรือเส้นผมใหม่งอกขึ้น และเส้นผมเดิมดูแข็งแรงขึ้น
ความหนาแน่นของเส้นผมอาจเพิ่มขึ้น รอยแสกดูแคบลง และเส้นผมโดยรวมดูสุขภาพดีมากขึ้น
ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพรากผม สาเหตุของผมร่วง และการดูแลอย่างต่อเนื่อง
ยังไม่ปลูกผม
สามารถฉีด PRP ผม ได้ไหม?
สามารถทำได้ โดยการฉีด PRP ผม ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่ปลูกผมแล้วเท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือรากผมอ่อนแอในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง และยังไม่ต้องการปลูกผม
PRP จะช่วยสนับสนุนการทำงานของรากผม ฟื้นฟูสุขภาพหนังศีรษะ และช่วยให้เส้นผมเดิมดูแข็งแรงขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผมร่วงและผมบางโดยไม่ต้องผ่าตัด
การเตรียมตัวก่อนรับบริการฉีด PRP ผม
การเตรียมตัวที่เหมาะสมจะช่วยให้การฉีด PRP ผม เป็นไปอย่างราบรื่นและช่วยให้ได้คุณภาพของเกล็ดเลือดที่เหมาะสม โดยมีข้อแนะนำดังนี้
พักผ่อนให้เพียงพอ
อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนวันนัด
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอก่อน
เข้ารับบริการ
งดยาหรืออาหารเสริมบางชนิด
ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
ตามคำแนะนำของแพทย์
หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
และการสูบบุหรี่ล่วงหน้า 24-48 ชั่วโมง
สระผมให้สะอาด และงดใช้ผลิตภัณฑ์
จัดแต่งทรงผมในวันทำหัตถการ
แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือกำลัง
รับประทานยาเป็นประจำ
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด PRP ผม
เพื่อให้การฟื้นฟูรากผมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสการระคายเคืองบริเวณหนังศีรษะ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
งดสระผมอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
แรกหลังทำ
หลีกเลี่ยงการเกา นวด หรือสัมผัส
หนังศีรษะแรง ๆ ในช่วง 2-3 วันแรก
งดทำสีผม ดัดผม ยืดผม
หรือทำเคมีต่าง ๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
งดออกกำลังกายหนัก อบซาวน่า
หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก
ภายใน 24 ชั่วโมง
หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
ในช่วง 1-2 วันแรกหลังทำ
รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์
หากมีอาการตึงหรือระบมเล็กน้อย
ตารางเปรียบเทียบ
ฉีด PRP ผมกับการปลูกผม
แตกต่างกันอย่างไร?
แม้ว่าการฉีด PRP ผม และการปลูกผม จะเป็นแนวทางยอดนิยมในการดูแลปัญหาผมร่วงและผมบาง แต่ทั้งสองวิธีมีหลักการและเป้าหมายที่แตกต่างกัน ดังตารางต่อไปนี้
การฉีด PRP ผม
รูปแบบการรักษา : ฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของตนเองเข้าสู่หนังศีรษะ
วัตถุประสงค์หลัก : ฟื้นฟูรากผมเดิมและเสริมความแข็งแรงของเส้นผม
เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีผมร่วง ผมบาง หรือรากผมอ่อนแอ
ความเจ็บและการพักฟื้น : เจ็บเล็กน้อย
ไม่ต้องพักฟื้น
ผลลัพธ์ที่ได้ : เส้นผมดูแข็งแรงขึ้น
ผมร่วงลดลงและผมดูหนาแน่นขึ้น
ความต่อเนื่องของการรักษา : ควรทำต่อเนื่องเป็นคอร์สและอาจมีการทำซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์
การผ่าตัดปลูกผม
รูปแบบการรักษา : ย้ายรากผมจากบริเวณที่มีผมหนาแน่นไปยังจุดที่ผมบางหรือศีรษะล้าน
วัตถุประสงค์หลัก : เพิ่มเส้นผมใหม่ในบริเวณที่รากผมหายไปแล้ว
เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีภาวะศีรษะล้านหรือผมบางในระดับมาก
ความเจ็บและการพักฟื้น : มีแผลจากการผ่าตัดและต้องดูแลช่วงพักฟื้น
ผลลัพธ์ที่ได้ : ได้เส้นผมใหม่ในบริเวณที่เคย
มีผมน้อย หรือไม่มีผม
ความต่อเนื่องของการรักษา : โดยทั่วไปทำเพียงครั้งเดียว แต่สามารถปลูกเพิ่มได้หากต้องการความหนาแน่นมากขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการฉีด PRP ผม
HairLab มีแพ็กเกจฉีด PRP ผม ให้เลือกตามจำนวนครั้ง เพื่อให้เหมาะกับระดับปัญหาผมร่วงและแผนการดูแลเส้นผมของแต่ละบุคคล ดังนี้
ทั้งนี้ แนะนำให้เข้ารับการประเมินสภาพหนังศีรษะและรากผมก่อนเริ่มโปรแกรม เพื่อวางแผนจำนวนครั้งที่เหมาะสมและช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำไมควรเลือกฉีด PRP ผม ที่ HairLab
HairLab ทุกเคสจะได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล
พร้อมเลือกใช้ชุดสกัด PRP และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ได้เกล็ดเลือดเข้มข้นที่มีคุณภาพสำหรับการรักษา
นอกจากนี้ยังดำเนินการภายใต้มาตรฐานความสะอาดและมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การดูแลเส้นผมเป็นไปอย่างเหมาะสมในระยะยาว







