ปก ฉีด PRP ผม
ปก ฉีด PRP ผม

ฉีด PRP ผม

นวัตกรรมฟื้นฟูรากผม
ลดปัญหาผมร่วง ผมบาง

ปัญหาผมร่วงและผมบางสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม ฮอร์โมน อายุที่เพิ่มขึ้น หรือความเครียด เมื่อเส้นผมเริ่มหลุดร่วงมากกว่าปกติ การดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญ เพื่อช่วยคงความแข็งแรงของเส้นผมและชะลอการบางของหนังศีรษะ

การฉีด PRP ผม เป็นนวัตกรรมที่นำเกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้เข้ารับบริการมาใช้ดูแลรากผมและหนังศีรษะ ช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต
ของเส้นผม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือผู้ที่ต้องการดูแลเส้นผมหลังปลูกผมให้ดูแข็งแรงและมีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น

ฉีด PRP ผม คืออะไร

ฉีด PRP ผม คืออะไร?

การฉีด PRP ผม (Platelet-Rich Plasma) คือ การนำเกล็ดเลือดเข้มข้นที่สกัดจากเลือดของผู้เข้ารับบริการเอง มาฉีดกลับเข้าสู่หนังศีรษะ เพื่อช่วยฟื้นฟูรากผมและสภาพหนังศีรษะ โดยเกล็ดเลือดเข้มข้นนี้อุดมไปด้วย Growth Factors หรือสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูของร่างกาย

เมื่อฉีดเข้าสู่บริเวณที่มีปัญหาผมร่วงหรือผมบาง จะช่วยสนับสนุนการทำงานของรากผม ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม และช่วยให้เส้นผมดูแข็งแรงขึ้นในระยะยาว

ประโยชน์ของ
การฉีด PRP ผม

การฉีด PRP ผม ช่วยฟื้นฟูรากผมและหนังศีรษะด้วย Growth Factors จากเกล็ดเลือดเข้มข้น โดยมีประโยชน์ที่สำคัญ ดังนี้

  • ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม
  • ช่วยฟื้นฟูรากผมและเสริมความแข็งแรงของเส้นผม
  • ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมในบางกรณี
  • ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและการลำเลียงสารอาหารสู่รากผม
  • ช่วยให้เส้นผมดูหนาแน่นและมีสุขภาพดีขึ้น

ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพรากผม สาเหตุของผมร่วง และการตอบสนองของร่างกาย

ประโยชน์ของการฉีด PRP ผม

หลักการทำงานของการฉีด PRP ผม ช่วยฟื้นฟูเส้นผมได้อย่างไร?

การฉีด PRP ผม
เหมาะกับปัญหาผม
ลักษณะใดบ้าง?

การฉีด PRP ผม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือรากผมอ่อนแอในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรม
  • ผู้ที่สังเกตว่าเส้นผมเริ่มเล็กลง บางลง และอ่อนแอลง
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูรากผมหลังการปลูกผม
  • ผู้ที่ต้องการดูแลเส้นผมร่วมกับยา หรือโปรแกรมดูแลเส้นผมอื่น ๆ
  • ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงมากกว่าปกติ
  • ผู้ที่เริ่มมีรอยแสกกว้างขึ้น หรือความหนาแน่นของเส้นผมลดลง
  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพรากผมเชิงป้องกันก่อนปัญหาจะรุนแรงขึ้น

การฉีด PRP ผม
ไม่เหมาะกับใครบ้าง?

การฉีด PRP ผม เป็นหัตถการที่ใช้เกล็ดเลือดจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการเอง จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง โดยกลุ่มที่อาจไม่เหมาะกับการรักษา ได้แก่

  • ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือมีความผิดปกติของระบบเลือด
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อรุนแรงในร่างกายหรือกระแสเลือด
  • ผู้ที่มีแผลติดเชื้อ หรือการอักเสบบริเวณหนังศีรษะ
  • ผู้ที่อยู่ระหว่างการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือด
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางประเภทที่อาจส่งผลต่อการตอบสนองต่อการรักษา

ควรเริ่มฉีด PRP หลังปลูกผมเมื่อไหร่?

โดยทั่วไปสามารถเริ่มฉีด PRP ผมได้หลังปลูกผมประมาณ 2-4 สัปดาห์ หรือเมื่อแผลบริเวณหนังศีรษะปิดสนิทและฟื้นตัวดีแล้ว เพื่อช่วยดูแลหนังศีรษะและสนับสนุนการฟื้นตัวของรากผมที่ปลูกใหม่ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนเริ่มการรักษา

ขั้นตอนการฉีด PRP ผม

ขั้นตอนการฉีด PRP ผม

การฉีด PRP ผม เป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เก็บตัวอย่างเลือด

แพทย์หรือพยาบาลจะเก็บตัวอย่างเลือดในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อนำไปเตรียมเกล็ดเลือดเข้มข้นสำหรับการรักษา

ขั้นตอนที่ 2 ปั่นแยกเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP)

เลือดจะถูกนำเข้าสู่เครื่องปั่นเหวี่ยง (Centrifuge) เพื่อแยกส่วนประกอบต่าง ๆ และคัดแยกเฉพาะพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นออกมา

ขั้นตอนที่ 3 เตรียมหนังศีรษะก่อนทำหัตถการ

ทำความสะอาดบริเวณหนังศีรษะที่ต้องการรักษา และอาจมีการใช้ยาชาหรือประคบเย็นเพื่อลดความรู้สึกไม่สบาย

ขั้นตอนที่ 4 ฉีด PRP เข้าสู่หนังศีรษะ

แพทย์จะฉีด PRP เข้าสู่บริเวณที่มีปัญหาผมร่วงหรือผมบาง เพื่อให้สารสำคัญกระจายสู่รากผมและหนังศีรษะตามแนวทางการรักษา

ฉีด PRP ผมเจ็บไหม?

การฉีด PRP ผม อาจมีความรู้สึกเจ็บหรือระบมเล็กน้อยระหว่างทำหัตถการ แต่โดยทั่วไปอยู่ในระดับที่สามารถทนได้ โดยก่อนทำจะมีการประคบเย็นหรือใช้ยาชาตามความเหมาะสมเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย ระหว่างฉีดอาจรู้สึกเหมือนถูกสะกิดเบา ๆ หรือมีอาการตึงบริเวณหนังศีรษะเล็กน้อย ส่วนหลังทำอาจมีอาการระบมหรือตึงชั่วคราว ซึ่งมักจะดีขึ้นภายใน
ไม่กี่ชั่วโมงและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ฉีด PRP ผม
มีผลข้างเคียงหรือไม่?

การฉีด PRP ผม เป็นหัตถการที่ใช้เกล็ดเลือดจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการเอง จึงมีความเสี่ยงต่อการแพ้ค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม
หลังทำอาจพบอาการข้างเคียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นได้ชั่วคราว เช่น

  • อาการปวดหรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด
  • รอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณหนังศีรษะ
  • ความรู้สึกระคายเคืองหรือไวต่อการสัมผัสชั่วคราว
  • รอยช้ำขนาดเล็กบริเวณตำแหน่งที่ฉีด
ปุ่มโปรโมชั่น
แพ็กเกจ DHI
ส่วนลดพิเศษหลังการปลูกผม
ภาพบรรยากาศคลินิก HairLab-387

ฉีด PRP ผม
ต้องทำกี่ครั้ง?

โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีด PRP ผม เดือนละ 1 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 3-5 ครั้ง เพื่อช่วยฟื้นฟูรากผมและสนับสนุนการเจริญเติบโตของเส้นผมในช่วงเริ่มต้น หลังจากนั้นสามารถทำซ้ำเป็นระยะเพื่อคงผลลัพธ์ โดยมักนัดติดตามทุก 6 เดือน หรือปีละ 1-2 ครั้ง ทั้งนี้ ความถี่ในการรักษาอาจแตกต่างกันไปตามสภาพเส้นผมและการประเมินของแพทย์

หลังฉีด PRP ผม
ใช้เวลานานแค่ไหน
จึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง?

การฉีด PRP ผม ต้องอาศัยเวลาในการฟื้นฟูรากผมตามวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม โดยผลลัพธ์มักค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา ดังนี้

ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพรากผม สาเหตุของผมร่วง และการดูแลอย่างต่อเนื่อง

ปรึกษากับแพทย์หรือที่ปรึกษา HairLab

ปุ่มโทร
ปุ่มไลน์
ปุ่มส่งข้อความ

ยังไม่ปลูกผม
สามารถฉีด PRP ผม ได้ไหม?

สามารถทำได้ โดยการฉีด PRP ผม ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่ปลูกผมแล้วเท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือรากผมอ่อนแอในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง และยังไม่ต้องการปลูกผม

PRP จะช่วยสนับสนุนการทำงานของรากผม ฟื้นฟูสุขภาพหนังศีรษะ และช่วยให้เส้นผมเดิมดูแข็งแรงขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผมร่วงและผมบางโดยไม่ต้องผ่าตัด

การเตรียมตัวก่อนรับบริการฉีด PRP ผม

การเตรียมตัวที่เหมาะสมจะช่วยให้การฉีด PRP ผม เป็นไปอย่างราบรื่นและช่วยให้ได้คุณภาพของเกล็ดเลือดที่เหมาะสม โดยมีข้อแนะนำดังนี้

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด PRP ผม

เพื่อให้การฟื้นฟูรากผมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสการระคายเคืองบริเวณหนังศีรษะ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

01

งดสระผมอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
แรกหลังทำ

02

หลีกเลี่ยงการเกา นวด หรือสัมผัส
หนังศีรษะแรง ๆ ในช่วง 2-3 วันแรก

03

งดทำสีผม ดัดผม ยืดผม
หรือทำเคมีต่าง ๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์

04

งดออกกำลังกายหนัก อบซาวน่า
หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก
ภายใน 24 ชั่วโมง

05

หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
ในช่วง 1-2 วันแรกหลังทำ

06

รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์
หากมีอาการตึงหรือระบมเล็กน้อย

ตารางเปรียบเทียบ
ฉีด PRP ผมกับการปลูกผม
แตกต่างกันอย่างไร?

แม้ว่าการฉีด PRP ผม และการปลูกผม จะเป็นแนวทางยอดนิยมในการดูแลปัญหาผมร่วงและผมบาง แต่ทั้งสองวิธีมีหลักการและเป้าหมายที่แตกต่างกัน ดังตารางต่อไปนี้

การฉีด PRP ผม

รูปแบบการรักษา : ฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของตนเองเข้าสู่หนังศีรษะ


วัตถุประสงค์หลัก : ฟื้นฟูรากผมเดิมและเสริมความแข็งแรงของเส้นผม


เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีผมร่วง ผมบาง หรือรากผมอ่อนแอ


ความเจ็บและการพักฟื้น : เจ็บเล็กน้อย
ไม่ต้องพักฟื้น


ผลลัพธ์ที่ได้ : เส้นผมดูแข็งแรงขึ้น
ผมร่วงลดลงและผมดูหนาแน่นขึ้น


ความต่อเนื่องของการรักษา : ควรทำต่อเนื่องเป็นคอร์สและอาจมีการทำซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์

การผ่าตัดปลูกผม

รูปแบบการรักษา : ย้ายรากผมจากบริเวณที่มีผมหนาแน่นไปยังจุดที่ผมบางหรือศีรษะล้าน


วัตถุประสงค์หลัก : เพิ่มเส้นผมใหม่ในบริเวณที่รากผมหายไปแล้ว


เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีภาวะศีรษะล้านหรือผมบางในระดับมาก


ความเจ็บและการพักฟื้น : มีแผลจากการผ่าตัดและต้องดูแลช่วงพักฟื้น


ผลลัพธ์ที่ได้ : ได้เส้นผมใหม่ในบริเวณที่เคย
มีผมน้อย หรือไม่มีผม


ความต่อเนื่องของการรักษา : โดยทั่วไปทำเพียงครั้งเดียว แต่สามารถปลูกเพิ่มได้หากต้องการความหนาแน่นมากขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการฉีด PRP ผม

HairLab มีแพ็กเกจฉีด PRP ผม ให้เลือกตามจำนวนครั้ง เพื่อให้เหมาะกับระดับปัญหาผมร่วงและแผนการดูแลเส้นผมของแต่ละบุคคล ดังนี้

  • 1 ครั้ง ราคา 3,900 บาท
  • 3 ครั้ง ราคา 9,900 บาท
  • 5 ครั้ง ราคา 15,900 บาท

ทั้งนี้ แนะนำให้เข้ารับการประเมินสภาพหนังศีรษะและรากผมก่อนเริ่มโปรแกรม เพื่อวางแผนจำนวนครั้งที่เหมาะสมและช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการฉีด PRP ผม

ทำไมควรเลือกฉีด PRP ผม ที่ HairLab

HairLab ทุกเคสจะได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล
พร้อมเลือกใช้ชุดสกัด PRP และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ได้เกล็ดเลือดเข้มข้นที่มีคุณภาพสำหรับการรักษา

นอกจากนี้ยังดำเนินการภายใต้มาตรฐานความสะอาดและมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การดูแลเส้นผมเป็นไปอย่างเหมาะสมในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

PRP ช่วยสนับสนุนการทำงานของรากผมที่ยังมีชีวิตอยู่ ทำให้เส้นผมดูแข็งแรงขึ้นและช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่ แต่หากบริเวณนั้นไม่มีรากผมเหลืออยู่แล้ว อาจต้องพิจารณาการปลูกผมร่วมด้วย

โดยทั่วไปแนะนำให้งดสระผมอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อให้หนังศีรษะฟื้นตัวและลดการระคายเคืองบริเวณรอยเข็ม

ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพรากผม การดูแลตัวเอง และปัจจัยเฉพาะของแต่ละบุคคล

โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีอาการตึงหรือระบมเล็กน้อยในช่วงแรกเท่านั้น

PRP เป็นการนำเลือดของผู้เข้ารับบริการเองมาปั่นแยกเกล็ดเลือดเข้มข้นก่อนฉีดกลับเข้าสู่หนังศีรษะ จึงเป็นการใช้สารจากร่างกายของตนเองในการรักษา และมีความเสี่ยงต่อการแพ้ค่อนข้างต่ำ